สาว ๆ หลายคนอาจจะไม่ได้อ้วน แต่กลับมีเหนียงใต้คางหรือไขมันสะสมเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดอุปสรรคในการถ่ายรูป ถ่ายรูปออกมาไม่สวย ต้องเสียเวลามาปรับมุมกล้องกันอยู่นาน เพราะรูปหน้าดูหลอกตาไม่เหมือนตัวจริงเอาซะเลย ถ่ายยังไง้ยังไงรูปหน้าก็ดูกลมไปซะทุกรูป หรือสำหรับสาว ๆ ที่มีน้ำหนักตัวมาก จนทำให้เหนียงใต้คางปรากฏออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

วันนี้เราจึงมีวิธีลดเหนียงใต้คาง ทำตามได้ง่ายๆ มาฝากทุกคนกัน บางวิธีก็อาจจะทำเองได้ แต่บางวิธีก็คงต้องพึ่งคุณหมอกันสักหน่อย แต่แต่ละคนนั้นสามารถเลือกทำวิธีที่ตัวเองชอบและคิดว่าเหมาะสมกับตัวเองได้เลย

วิธีลดเหนียงใต้คาง ทำตามได้ง่ายๆ 

1. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการกำจัดเหนียงหรือไขมันส่วนเกินใต้คางที่ได้ผลดีที่สุด เพราะเมื่อคุณออกกำลังกายเป็นประจำ ไขมันที่สะสมอยู่บริเวณคางหรือเหนียงนั้นจะค่อย ๆ ถูกเผาผลาญไปทีละน้อย และยังช่วยเพิ่มความกระชับเต่งตึงให้กับบริเวณใต้คางที่หย่อนคล้อยจากการสูญเสียไขมันได้อีกด้วย แต่สำหรับวิธีนี้ก็อาจใช้ได้ผลกับบางคนเท่านั้น เนื่องจากบางคนถึงแม้จะลดน้ำหนักตัวได้ แต่เหนียงใต้คางก็ไม่จางหายไป ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ก็ได้ แต่ก็อย่าเพิ่งเศร้าไป เพราะศาสตร์ในการออกกำลังกายนั้น ถ้าหากคุณต้องการลดไขมันส่วนใดเป็นพิเศษ คุณก็ต้องออกกำลังกายส่วนนั้นเป็นหลัก เช่น คุณอยากมีต้นขาเรียวสวย คุณก็ต้องเน้นการปั่นจักรยาน แต่ถ้าอยากจะลดเหนียงหรือไขมันใต้คางคุณก็ต้องออกกำลังกายหรือบริหารกล้ามเนื้อบริเวณคอ

2. เคี้ยวหมากฝรั่ง เป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดเหนียงใต้คางได้ ซึ่งนอกจากจะช่วยระงับกลิ่นปากแล้วยังเป็นการช่วยบริหารขากรรไกรไปในตัวอีกด้วย แต่สำหรับสาว ๆ ส่วนใหญ่คงไม่นิยมที่จะใช้วิธีนี้เป็นแน่แท้ เพราะกลัวว่าจะทำให้กรามใหญ่จนหน้าบานและดูไม่สวย

3. ไข่ขาวช่วยได้ เริ่มจากนำไข่มาตอกแล้วแยกไข่ขาวล้วน ๆ ตีเบา ๆ นำมาทาใต้คางและแก้มที่หย่อนยาน โดยเริ่มจากใต้ใบหูข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง โดยใช้หัวแม่มือแตะใต้กกหูแล้วค่อย ๆ ยกขึ้น วนไปตามแก้มและคาง กดและยกเบา ๆ ประมาณ 15 นาที ถ้ากลัวเมื่อยก็ให้เอาข้อศอกเท้าไว้ก็ได้จนกว่าไข่ขาวจะแห้งสนิท จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดเป็นอันเสร็จ โดยให้ทำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง

4. เฉดดิ้งเครื่องสำอาง โดยขั้นตอนแรกให้คุณก้มหน้าลงเพื่อเช็กเหนียงก่อนอจากนั้นเงยหน้าขึ้นแล้วเฉดดิ้ง วิธีนี้จะช่วยให้คุณถ่ายรูปออกมาดูเป๊ะขึ้น

5. โบทอกซ์ (Botox) การฉีดโบทอกซ์ก็สามารถช่วยลดเหนียงใต้คางได้เหมือนกัน ซึ่งจะเป็นการฉีดที่ใช้หลักการเดียวกันกับฉีดโบทอกซ์ลิฟต์หน้า (คนละเทคนิคกับการฉีดลดกราม) เหมาะกับผู้ที่เหนียงหรือไขมันใต้คางไม่มากนัก ถ้ามีไขมันมากก็คงไม่ช่วยอะไร 

6. ฉีดสลายไขมันใต้คาง หรือ ฉีดลดเหนียง หรือ เมโสลดเหนียง (เมโสแฟต – Meso fat) คือ การกำจัดไขมันและลดเซลลูไลต์ส่วนเกินเฉพาะที่โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด เป็นการฉีดยาซึ่งมีสรรพคุณในการสลายไขมันเข้าไปบริเวณที่ต้องการ โดยใช้กลุ่มยาหลาย ๆ ตัวผสมกันแล้วฉีด เช่น Phosphatidylcholine, L-carnitine, Deoxycholate, Dexpanthenol (B5), Amino acids, Minerals ฯลฯ โดยตัวยาจะเข้าไปทำให้ผนังไขมันเกิดการแตกตัว ไขมันที่จับตัวกันเป็นก้อนจะสลายออกเป็นไขมันเหลวแล้วถูกขับออกทางปัสสาวะและอุจจาระ แต่ต้องทำติดต่อกันอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ทำ 2-3 ครั้งก็น่าจะเห็นผลแล้วนะครับ ส่วนราคาการทำต่อครั้งหลักพันขึ้นไป

7. ดูดไขมันใต้คาง (Vaser Liposelection) เป็นการดูดสลายไขมันโดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (Ultrasound) เพื่อให้ไขมันเกิดการแตกตัวหรือสลายตัวเป็นของเหลวเพื่อให้ดูดออกมาได้โดยง่าย คุณสามารถเลือกตำแหน่งที่ต้องการดูดไขมันได้อย่างเฉพาะเจาะจง โดยไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง เช่น เส้นเลือด เส้นประสาท และเนื้อเยื่อเกี่ยวกันอื่น ๆ หลังทำเสร็จจะเห็นความแตกต่างได้ค่อนข้างชัดเจน แต่ถ้าดูแลร่างกายไม่ดี (ไม่บริหารคอหรือออกกำลังกาย) ก็อาจจะกลับมาเป็นได้อีก ส่วนราคาทำต่อครั้งก็ประมาณ 3 หมื่นบาทขึ้นไป

8. ร้อยไหมลดเหนียง (ร้อยไหมคาง) เป็นวิธีที่ช่วยลดเหนียงใต้คางของคุณได้ โดยเป็นการยกกระชับผิวด้วยเทคนิคใช้เข็มที่มีเส้นไหมร้อยเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อช่วยปรับกระชับรูปหน้า ร้อยเก็บคาง ยกกระชับร่องแก้ม และเก็บขากรรไกรให้ดูคมขึ้น ไหมละลายตัวนี้เรียกว่า PDO Polydioxanone ซึ่งเป็นไหมที่เส้นเล็กมาก ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองน้อย คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังทำเสร็จ ตัวไหมเมื่อโดนน้ำจากใต้ผิวหนังก็จะถูกละลายไปเรื่อย ๆ ไหมจะช่วยดึงผิวขึ้นตามแนวแกนไหม เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายจะสร้างคอลลาเจนมาล้อมรอบแกนไหม แม้ว่าไหมจะละลายหมดไปแล้วแต่ก็ยังเหลือแนวแกนคอลลาเจนเพื่อช่วยดึงผิวอยู่ใต้ผิวให้ตึงนั่นเอง (บางคลินิกจะทำการฉีดสลายไขมันก่อนแล้วตามด้วยการร้อยไหม ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคของหมอแต่ละที่