เยอรมันเชฟเฟิร์ด มีถิ่นกำเนิดในประเทศเยอรมนี เป็นสุนัขที่มีขนาดใหญ่ แถมยังเป็นสุนัขที่ฉลาดฝึกสอนง่าย และมีร่างกายที่แข็งแรง ทางตำรวจเห็นในเรื่องของความสามารถเลยนำสุนัขพันธุ์นี้มาฝึกและนำไปใช้งานตำรวจทหารทั่วโลก เพราะเจ้าหมาพันธุ์นี้มีความจงรักภักดีและมีสัญชาตญาณในการป้องกันตัวสูง เจ้าหมาสายพันธุ์นี้จึงได้รับการจดทะเบียนที่เป็นหมาที่ฉลาดมากที่สุดเลยก็ว่าได้

เยอรมันเชฟเฟิร์ด ลักษณะนิสัย

บุคลิกที่เด่นชัดเลยก็คือ การแสดงออกถึงความไม่หวาดหวั่น ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น แต่ก็ไม่ก้าวร้าว มีความเชื่อมั่นในตัวเอง มีความกระตือรือร้นและตื่นตัวกระฉับกระเฉง มันเต็มใจที่จะรับใช้ เจ้านายได้อย่างเต็มที่ ในลักษณะของการเป็นเพื่อนกัน เป็นสุนัขเฝ้าบ้าน อีกทั้งยังสามารถนำทางผู้ที่อยู่ในโลกมืดได้อีกด้วย ทำหน้าที่อารักขาได้ดี ไม่ขี้ขลาดหรือหลบอยู่หลังผู้เป็นเจ้านาย ไม่เคยจะอ่อนไหว ไม่มองไปรอบๆ หรือแหงนหน้ามอง ไม่แสดงอาการตื่นตระหนก แต่จะหางตกเมื่อได้ยินเสียงหรือมองเห็นสิ่งแปลกๆ

เยอรมันเชฟเฟิร์ด ลักษณะทางกายภาพ

เป็นสุนัขที่มีขนาดใหญ่ ขนาดทั่วไปจะอยู่ระหว่าง 55-65 เซนติเมตร ซึ่งจะวัดจากสัดส่วนด้านหลัง ส่วนน้ำหนักตัว จะอยู่ที่ประมาณ 22-40 กิโลกรัม ความสูงของหมาที่เข้าประกวด จะต้องสูง 63 เซนติดเมตร ตามมาตรฐานของ  Kennel Club ต้องมีหน้าผากที่เป็นรูปโดม ปากและจมูกส่วนบนต้องเป็นทรงเหลี่ยมยาวและมีจมูกสีดำเงา ขากรรไกรก็ต้องมีความแข็งแกร่งและฟันต้องเหมือนกรรไกร ดวงตาต้องมีความกระตือรือร้น ขนาดของดวงตาควรมีขนาดปานกลางและเป็นสีน้ำตาล พวกมันจะมีคอที่ยาวและจะยืดขึ้นเมื่อมีอาการตื่นเต้นและจะหดลงเมื่อเคลื่อนนที่ด้วยความเร็วสูง ลักษณะของหางจะเป็นพุ่มและยาวไปจนถึงข้อเท้า

 

ที่อยู่ความเป็นมา

เนื่องจากจมูกที่ไวสามารถนำคนค้นหาพวกที่ถูกหิมะถล่ม ฝังเอาไว้ในเทือกเขาแอลป์ของสวิส ในปัจจุบันสุนัขพันธุ์นี้มีรูปร่างที่สวยงาม เฉลียวฉลาดอย่างยิ่ง เป็นผลมาจากการผสมของสุนัขต้อนแกะหลายชนิดมานับศตวรรษ ซึ่งรวมเอาสุนัขที่มีขนาดย่อมแต่ว่องไวของท้องทุ่งเยอรมันภาคเหนือ กับสุนัขที่โตล่ำสันกว่าของภูมิภาคที่เป็นขุนเขาทางใต้เอาไว้ด้วย แม้จะสิ้นศตวรรษที่ 19 ยุคเลี้ยงแกะของเยอรมันได้สิ้นสุดลง แต่อย่างไรก็ตามนักเพาะพันธุ์สุนัขไม่กี่คนก็ยังพยายามสงวนพันธุ์อันมีคุณสมบัติอันวิเศษในการเลี้ยงแกะเอาไว้ ซึ่งนับว่าควรแก่การยกย่องมากที่สุดได้แก่ ร้อยเอกทหารม้าผู้หนึ่งชื่อ มาร์กฟอนสเตฟานิตช์ ซึ่งได้ลงเรี่ยวลงแรงแข็งขัน เพื่อที่จะทำให้สุนัขพันธุ์นี้เข้ามาตรฐาน โดยเริ่มต้นตั้งแต่ปี 1889 และได้เจริญเติบโตเรื่อยมาจนมาเป็นสโมสรสุนัขที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง โดยการเพาะพันธุ์สุนัขอย่างเดียว จากความพยายามของร้อยเอกฟอนสเตฟานนิตช์กับพรรคพวก ที่ได้พยายามเสาะหาสุนัขที่ใช้งานได้ดีและฉลาด และแล้วผลที่ได้ก็น่าภาคภูมิใจ ที่เมื่อมองสุนัขพันธุ์นี้ขณะที่มันปฏิบัติตามคำสั่งของนายโดยไม่ผิดพลาด